ฟรีแลนซ์ตั้งราคายังไงไม่ให้ขาดทุน (พร้อมสูตรคำนวณ)
ฟรีแลนซ์จำนวนมากตั้งราคาจาก "ความรู้สึก" หรือดูราคาคู่แข่งแล้วตั้งใกล้เคียงกัน โดยไม่เคยคำนวณจริงว่าต้นทุนของตัวเองคือเท่าไหร่ ผลคือรับงานเยอะแต่เงินไม่เหลือ หรือแย่กว่านั้นคือขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
ทำไมตั้งราคาต่ำเกินไปถึง "ขาดทุน" ได้จริง
เพราะฟรีแลนซ์ต้องแบกต้นทุนที่พนักงานประจำไม่ต้องคิดเอง เช่น ประกันสังคมตัวเอง (มาตรา 40), อุปกรณ์/ซอฟต์แวร์, เวลาที่หายไปตอนหางาน/เจรจา/แก้งานฟรี, ช่วงว่างงานระหว่างโปรเจ็ค และภาษีที่ต้องกันเงินไว้เอง ถ้าตั้งราคาโดยไม่รวมต้นทุนเหล่านี้ ราคาที่ดู "โอเค" อาจจะต่ำกว่าที่ควรเป็นจริง 30-50%
สูตรคำนวณเรทที่ควรใช้
เรทต่อชั่วโมง = (รายได้สุทธิที่ต้องการต่อปี + ค่าใช้จ่ายธุรกิจต่อปี) × (1 + % เผื่อความเสี่ยง) ÷ จำนวนชั่วโมงเก็บเงินได้จริงต่อปี
ตัวอย่างเปรียบเทียบ
| สมมติฐาน | ตั้งราคาแบบเดา | ตั้งราคาแบบคำนวณ |
|---|---|---|
| เรทต่อชั่วโมง | 300 บาท | 689 บาท |
| รายได้รวมต่อปี (25 ชม./สัปดาห์ x 46 สัปดาห์) | 345,000 บาท | 792,350 บาท |
| รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายธุรกิจ 60,000 บาท | 285,000 บาท | 732,350 บาท |
ตัวเลขคอลัมน์ขวามาจากเครื่องมือคำนวณเรทของเราเอง (สมมติต้องการรายได้สุทธิ 600,000 บาท/ปี + ค่าใช้จ่ายธุรกิจ 60,000 บาท + เผื่อความเสี่ยง 20% ทำงาน 25 ชม./สัปดาห์ 46 สัปดาห์/ปี — ลองปรับตัวเลขของตัวเองได้ที่ลิงก์ด้านล่าง) ความต่างระหว่างสองราคานี้คือมากกว่าสองเท่า ทั้งที่ทำงานจำนวนชั่วโมงเท่ากัน
3 จุดที่ฟรีแลนซ์ไทยมักลืมคิดต้นทุน
- เวลาที่ไม่เก็บเงินได้ — การหางาน คุยราคา ประชุม แก้งานฟรีรอบแรก ล้วนกินเวลาแต่ไม่มีรายได้ตรงจากมัน
- ภาษีและประกันสังคม — ต้องกันเงินเองล่วงหน้า ไม่มีใครหักให้อัตโนมัติเหมือนพนักงานประจำ
- ช่วงว่างงานระหว่างโปรเจ็ค — แทบไม่มีฟรีแลนซ์คนไหนมีงานเต็ม 100% ตลอดทั้งปี ต้องเผื่อไว้ในเรทตั้งแต่แรก
อยากรู้ว่าควรตั้งเรทเท่าไหร่?
ลองเครื่องมือคำนวณเรทฟรีแลนซ์ฟรี